Hemlock Art Restaurant

Hemlock Art Restaurant

Hemlock Art Restaurant
3.83
2

Editor Rating

ความน่าสนใจ:
การเดินทาง:
อาหาร:

Hemlock Art Restaurant

ชื่อสถานที่ : Hemlock Art Restaurant
ที่ตั้ง : บ้านเลขที่ 56 ถ. พระอาทิตย์ ชนะสงคราม พระนคร กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิดปิด : 16.00 – 24.00น. เปิดทำการทุกวันจันทร์-เสาร์
ช่องทางการติดต่อ เบอร์โทร: 0-2282-7507
Facebook: Hemlock Art Restaurant
การเดินทาง : ลงบีทีเอสสถานีสะพานตากสินโดยออกทางออกที่ 2 จากนั้นใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยาไปขึ้นที่ท่าพระอาทิตย์ ถนนพระอาทิตย์มีร้านอาหารตั้งเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมากโดยร้านเฮมล็อคนั้นเป็นร้านเล็ก ๆ หากใครขับรถมาจะต้องหาที่จอดตามข้างทางเอานะคะ ทางร้านไม่มีลานจอดรถค่ะ

เฮมล็อคเป็นร้านอาหารที่มีการนำภาพศิลปะไม่ว่าจะเป็นภาพวาดหรือภาพถ่ายมาจัดแสดงภายในร้าน โดยจะมีการหมุนเวียนภาพทุก ๆ สองเดือน

ภายในร้านจัดด้วยแสงไฟสีส้มสลัว ตกแต่งร้านสไตล์ยุโรป มีงานศิลปะ ขวดไวน์ เครื่องถ้วยชา และบรรจุภัณฑ์ชาจากต่างประเทศตั้งเรียงรายให้ชื่นชม

ด้วยความที่เรานั่งเรือไม่ค่อยเป็นบวกกับเวลาที่ร้านเปิดเป็นช่วงเย็น เราจึงตัดสินใจนั่งแท็กซี่จากสยามไปลงหน้าร้านโดยบอกแท็กซี่ว่าไปถนนพระอาทิตย์ ช่วงเวลาที่ออกจากสยามคือช่วง 5 โมงเย็น รถจึงค่อนข้างติดมาก ราคาค่าโดยสารพุ่งไปที่ 175 บาท ถึงที่หมายน้ำตาแทบไหลเป็นสายน้ำ


เมื่อเดินสำรวจบริเวณข้างเคียงพบร้านอาหารจำนวนมากหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่ขนมหวาน ร้านก๋วยจั๊บมอญ (ร้านนี้ก็แอบไปลองชิมมาแล้ว ยำแหนมกับปอเปี๊ยะทอดอร่อยมาก ส่วนก๋วยจั๊บมอญค่อนข้างแปลกเพราะต่างจากก๋วยจั๊บที่เราเคยกินกันทั่วไป) ร้านอาหารไทยก็มีให้เลือกมากมาย หรืออาหารของชาวตะวันตกก็ไม่น้อยหน้า แอบสังเกตว่าร้านอาหารย่านนี้มีชาวต่างชาติเยอะมากกกกกก (ก.ไก่ล้านตัว)

 


เอาล่ะ! มาเข้าร้านที่เราหมายมั่นตั้งใจไว้สักทีดีกว่า แม้ร้านจะตกแต่งด้วยสไตล์ยุโรปแต่ก็มีเมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานกันได้ยากมากมาย วันนี้เราสั่งข้าวห่อใบบัว โสร่ง และล่าเตียง ซึ่งล้วนเป็นเมนูขึ้นชื่อของร้าน เป็นไงล่า...แค่ชื่อก็แปลกไม่คุ้นหูแล้วใช่ไหมล่ะคะ มาดูหน้าตาอาหารสามอย่างนี้กันก่อนดีกว่า อ๊ะ ๆ เตรียมผ้าเช็ดหน้าไว้ด้วยล่ะเผื่อน้ำลายหก

ระหว่างนั่งรออาหารก็นั่งชมเดินชมบรรยากาศและงานศิลปะที่ประดับไว้ทั่วร้าน ซึ่งผลงานที่โชว์อยู่ขณะนี้เป็นภาพวาดทั้งลายเส้นไทยและตะวันตก ซึ่งภาพวาดเหล่านี้มีลิขสิทธิ์อยู่หากต้องการถ่ายภาพจะต้องขออนุญาตจากทางร้านก่อนนะคะ ทางร้านบอกมาว่าสัปดาห์หน้าจะเปลี่ยนเป็นผลงานภาพถ่ายแทนแล้ว และจะเปลี่ยนทุก ๆ 2 เดือนค่ะ


ข้าวห่อใบบัวพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด


เมื่อเปิดใบบัวออกมานอกจากข้าวอบแล้วยังมีหมูอบชิ้นโต กุ้ง เนื้อปู ไข่เค็ม และเห็ด ทานเปล่า ๆ รสชาติหวานมัน เมื่อทานคู่น้ำจิ้มเปรี้ยว ๆ แล้วเข้ากันเป็นอย่างดี


โสร่ง
เมนูนี้เราชอบม๊ากมากกกกกกก ข้างในเป็นหมูและเครื่องเทศห่อด้วยเส้นหมี่ซั่วทอดกรอบ ทานคู่กับน้ำจิ้มบ๊วยและขิงดอง มีความกรอบนอกนุ่มใน ผสมกับรสชาติที่เราไม่เคยทานที่ไหนมาก่อน เมนูนี้เลยได้ใจเราไปเต็ม ๆ


ล่าเตียง
เมนูสุดท้ายที่เราได้ลิ้มลองคือล่าเตียง เป็นไข่ซึ่งด้านในเป็นหมูหวาน ๆ แล้วก็ส่วนผสมอื่น ๆ ที่เราก็ไม่รู้ว่ามีอะไรบ้าง ทานคู่กับซอสมะเขือเทศ อร่อยอีกตามเคย ไข่ที่หุ้มอยู่ด้านนอกทั้งกรอบทั้งนุ่ม หากใครไม่รู้ว่าทั้งกรอบและนุ่มในเวลาเดียวกันเป็นยังไงต้องไปลองล่าเตียงที่นี่เลย หากว่าเบื่อกับรสชาติหวานแล้วนำมาทานคู่กับสับปะรด รสเปรี้ยวของสับปะรดตัดกับรสหวานของล่าเตียงทำให้ได้รสชาติที่แปลกใหม่และอร่อยไปอีกแบบ
ราคาอาหารประมาณจานละ 100-200 บาท ครั้งนี้เรามาสองคนสั่งมาสามอย่างรวมน้ำเปล่าแล้วราคา 595 บาท ราคาค่อนข้างสูงสำหรับเรา แต่ถ้าเทียบกับร้านอาหารในห้างหลาย ๆ ร้านแล้วราคานี้ก็พอ ๆ กับร้านในห้างเลย โดยจ่ายคนละประมาณ 300 บาท นอกจากจะได้ลิ้มรสชาติอาหารไทยแปลก ๆ แล้วยังได้พุงกลมดิ๊กกลับบ้านอีกด้วย เราได้ถ่ายราคาอาหารบางส่วนมาไว้ด้วย


ข้อดี: เป็นร้านอาหารที่มีการจัดแสดงผลงานศิลปะหมุนเวียน บรรยากาศดี สงบไม่วุ่นวาย เจ้าของร้านใจดี (พูดภาษาที่สามได้ด้วยนะ แอบได้ยินเขาคุยกับชาวต่างชาติในร้าน) มีอาหารไทยโบราณหายากรสชาติดีถือเป็นการอนุรักษ์เมนูอาหารไทยโบราณเอาไว้
ข้อด้อย: เดินทางมาค่อนข้างลำบากโดยจะต้องนั่งเรือมา หากมาด้วยรถยนต์ในช่วงเย็นรถจะติดมาก อาหารราคาค่อนข้างแพงสำหรับนิสิตนักศึกษา แต่หากมาเนื่องในโอกาสพิเศษหรือนาน ๆ มาทีถือว่าคุ้มค่ามากเลยทีเดียว
สรุปค่าใช้จ่าย: ค่าแท็กซี่ขาไป 175 บาท ขากลับ 87 บาท ค่าอาหาร 595 บาท รวม 857 บาท ไปสองคนเฉลี่ยคนละ 429 บาท

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *