พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
4.33
3

Editor Rating

ความน่าสนใจ:
การเดินทาง:
อาหารบริเวณใกล้เคียง:

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป

ชื่อสถานที่ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
ที่ตั้ง : 4 ถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตั้งแต่วันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น.
ช่องทางการติดต่อ : โทร 02-2812224
Website: https://ngbangkok.wordpress.com/
การเดินทาง : รถเมล์สาย 47 และ 53 จากบริเวณหน้าห้างมาบุญครอง
ค่าเข้าชม : บุคคลทั่วไป 30 บาท นักท่องเที่ยวต่างชาติ 200 บาท สำหรับนักเรียน นักศึกษาไม่เสียค่าใช้จ่าย
หมายเหตุ : ไม่สามารถถ่ายรูปภายในอาคารได้ ยกเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่

ไม่ได้มีฉันคนเดียวที่เข้าใจว่าหอศิลปตรงข้ามมาบุญครองคือหอศิลปแห่งชาติใช่ไหม ?
ฉันถึงกับเป็นงงเมื่อได้ยินว่ามีพิพิธภันฑสถานแห่งชาติ หอศิลปอยู่แถวสนามหลวง ด้วยเข้าใจว่าหอศิลปตรงข้ามห้างมาบุญครองคือหอศิลปแห่งชาติมาโดยตลอด มาถึงบางอ้อเมื่อได้รู้ว่ามันอยู่ข้างสะพานพระปิ่นเกล้า ถนนเจ้าฟ้า ตรงข้ามกับสนามหลวงนี่เอง

ลงจากรถเมล์สาย 47 ตรงก่อนเลี้ยวเข้าสนามหลวงแล้วเดินข้ามถนนมานิดเดียวก็ถึงแล้ว เจ้าอาคารสีขาว ๆ ที่โดนรถเมล์บังอยู่นั่นล่ะคือจุดหมายของเรา (ถ้าไม่ลงรถเมล์ผิดป้ายจนต้องเดินอ้อมสนามหลวงแบบฉันน่ะนะ)


เมื่อเข้าไปแล้วจะเจอกับจุดจำหน่ายบัตรเข้าชมหอศิลปอยู่ทางด้านซ้ายมือ เมื่อชำระค่าบัตรและฝากสัมภาระเรียบร้อยแล้วก็เข้าชมกันได้เลย ข้อห้ามสำคัญของที่นี่ก็คือห้ามถ่ายรูปภายในอาคารเว้นแต่จะได้รับอนุญาต ดังนั้นถ้าคิดจะพกกล้องไปถ่ายรูปติดไม้ติดมือกลับบ้านก็คงต้องบอกว่าเสียใจด้วยจ้า 😀
ภายในหอศิลปจัดแสดงทั้งจิตรกรรมและประติมากรรมที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ไทย รวมถึงจิตรกรรมและประติมากรรมฝีมือศิลปินไทยและพระมหากษัตริย์ไทย นอกจากนี้ยังมีส่วนจัดแสดงนิทรรศการจิตรกรรมฝีมือศิลปินไทยถึง 8 ห้อง และอาคารนิทรรศการหมุนเวียนแยกออกมาอีกต่างหาก โดยนิทรรศการจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ สามารถติดตามข่าวสารนิทรรศการที่กำลังจัดแสดงได้ที่เพจ The National Gallery Bangkok เลย

 

Highlight
นอกจากความสวยงามของจิตรกรรมและประติมากรรมแล้ว ที่นี่ยังมีมุมน่ารัก ๆ ให้เลือกถ่ายรูปอีกด้วย


ขนาดทางเข้าห้องน้ำยังอาร์ตซ้า

ร้านของกินใกล้เคียง
หลังจากเดินชมหอศิลปจนทั่ว กระเพาะก็ส่งเสียงร้องขอพลังงานเพิ่มขึ้นมา โชคดีที่แถวนี้ยังมีร้านพิซซ่าชื่อดังอยู่ไม่ไกล เพียงแค่เดินออกจากหอศิลปมาทางขวามือ ผ่านตรอกโรงไหมไปนิดเดียวก็จะเจอกับร้าน Lanta Pizzeria จุดเด่นของร้านนี้อยู่ที่พิซซ่าอบใหม่จากเตาหิน และราคาที่ไม่แพงเลยนั่นเอง

ด้วยความหิวจนหน้ามืดกันทั้งสองหน่อแค่พิซซ่าคงไม่พอยาไส้ จึงสั่งหอมทอด (60 บาท) มากินเล่นไปพลาง ๆ ระหว่างรอพิซซ่า หัวหอมหั่นเป็นวงชุบแป้งและเกล็ดขนมปังทอดกรอบ ๆ จิ้มกับซอสมะเขือเทศรสเปรี้ยวนิด ๆ ตัดกับความหวานของหัวหอมได้เป็นอย่างดี


ส่วนพิซซ่า พระเอกของร้านนี้ที่เราเลือกสั่งก็เป็นหน้า Capriccioso (ขนาด 8 นิ้ว 270 บาท) ที่มีเห็ด เบคอน พริกหวาน หอม มะเขือเทศ และชีสใส่มาให้อย่างจุใจ ขอบอกว่าชีสที่นี่ยืดสะใจมาก ยืดจนต้องเอามีดมาหั่นชีสเลยทีเดียว และหากยังไม่จุใจก็สามารถโรยพาร์เมซานชีสเพิ่มได้ไม่อั้น รวมถึงออริกาโนและพริกป่นด้วย



ยืดมั้ยล่ะ อี๋แน่ะ ~
ข้อดีมาก ๆ ของร้านนี้อีกข้อคือน้ำแข็งเปล่าฟรี ทำให้อาหารมื้อนี้รวมค่าน้ำเปล่าอีก 10 บาทแล้วก็ตกอยู่ที่ 340 บาทเท่านั้น หารครึ่งกับเพื่อนแล้วก็นับว่าสบายกระเป๋าอยู่ล่ะ

จุดดีจุดด้อย
ข้อดี: ความสวยงามของภาพและวัตถุที่จัดแสดง
ข้อเสีย : ภายในห้องนิทรรศการค่อนข้างอับและมีฝุ่นมาก อีกทั้งผังโครงสร้างของห้องนิทรรศการที่เป็นทางยาวต่อกันโดยไม่มีทางออกอื่น ทำให้เกิดอาการเมื่อยตุ้มได้ง่าย ๆ
สรุปค่าใช้จ่าย
ค่ารถเมล์ 6 บาท 50 สตางค์ ค่าอาหารอีกคนละ 170 บาท ค่าเข้าชมอีกคนละ 30 บาท รวมแล้วอยู่ที่ 206 บาท 50 สตางค์

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *