พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
4.17
2

Editor Rating

ความน่าสนใจ:
การเดินทาง:
อาหารบริเวณใกล้เคียง:

พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ชื่อสถานที่ : พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ที่ตั้ง : หอรัษฎากรณ์พิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 09.00-16.30 น.
ช่องทางการติดต่อ : โทร 02-2259420, 02-2259430
E-mail: [email protected]
Website: www.qsmtthailand.org
facebook.com/qsmtthailand
การเดินทาง : บริเวณสถานีรถไฟฟ้าสยาม (ฝั่งโรงภาพยนตร์ลิโด้) ขึ้นรถเมล์สาย 15, 25, 508 หรือขึ้นรถเมล์สาย 15, 47, 508 จากบริเวณหน้าสนามกีฬาแห่งชาติ
ค่าเข้าชม : นักเรียน นักศึกษา 50 บาท, บุคคลทั่วไป 150 บาท
หมายเหตุ : ปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมเวลา 15.30น. และห้ามถ่ายภาพในส่วนจัดแสดง

หากพูดถึงพระบรมมหาราชวัง แน่ล่ะว่าเกือบทุกคนจะต้องร้องอ๋อด้วยเคยไปเยือนมาแล้ว หรืออย่างน้อยก็เคยเห็นผ่านตามาในโทรทัศน์บ้าง แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่านอกจากบรรดาพระที่นั่งต่าง ๆ และวัดพระแก้วแล้ว ในพระบรมมหาราชวังก็มีของดีแอบซ่อนอยู่ด้วย “พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” เป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของผ้าและเครื่องแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ ได้แก่ เครื่องโขน และเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถครั้งเมื่อทรงตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จประพาสยุโรป และฉลองพระองค์อื่น ๆ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถอีกด้วย
สำหรับวิธีการเดินทางก็ไม่ยากเลย เพียงขึ้นรถเมล์สาย 15 จากป้ายตรงข้ามสยามพารากอนมาลงที่หน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและเดินตรงมาทางทิศเดียวกับพระบรมมหาราชวังเรื่อย ๆ เมื่อเข้ามาทางประตูวิเศษไชยศรีก็จะพบป้ายพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แล้ว แต่ช้าก่อน ตรงนี้กลายเป็นเพียงด้านข้างของพิพิธภัณฑ์ที่ปัจจุบันเป็นจุดยืมผ้านุ่งสำหรับใส่เข้าชมพระบรมมหาราชวังแล้ว หากต้องการเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ให้เดินตรงไปอีกนิดแล้วเลี้ยวซ้ายจึงจะพบกับทางเข้า


เมื่อเข้าไปด้านในพิพิธภัณฑ์จะพบกับห้องโถงของอาคาร ฉันเดินเข้าทางช่องซ้ายมือเพื่อซื้อบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ค่าเข้าชมสำหรับนักเรียนนักศึกษาจะอยู่ที่ 50 บาท และ 150 บาทสำหรับบุคคลทั่วไป (ได้ความมาว่านักท่องเที่ยวไม่ต้องซื้อบัตรเพิ่ม เพียงแสดงบัตรเข้าชมพระมหาราชวังก็เข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จะคุ้มไปไหน) เมื่อซื้อบัตรเข้าชมแล้วก็เข้าชมกันเลย โดยขึ้นบันไดไปยังชั้น 2 ซึ่งเป็นส่วนจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์

น่าเสียดายที่มีกฎห้ามถ่ายรูปในส่วนจัดแสดง แต่ต้องขอยืนยันว่าของที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์นี้สวยงามและหาชมไม่ได้จากที่อื่นจริง ๆ โดยห้องจัดแสดงแรกเป็นห้องจัดแสดงเกี่ยวกับโขน เริ่มจากประวัติความเป็นมาคร่าว ๆ ของโขน พอสังเขป จากนั้นจึงนำไปสู่แรงบันดาลใจในการแต่งกายของโขนว่า ทำไมจึงมีเครื่องแต่งกายคล้ายเครื่องต้นเครื่องทรงของกษัตริย์ ส่วนจัดแสดงถัดมาจะเป็นเรื่องของพัฒนาการเครื่องโขนในปัจจุบันว่ามีรากฐานมาจากอะไรบ้าง โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเป็นผู้โปรดเกล้าฯ ให้รวมผู้เชี่ยวชาญเพื่อศึกษาหลักฐานเกี่ยวกับเครื่องโขนในอดีต และนำมาปรับปรุงให้เป็นเครื่องโขนในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงส่วนประกอบต่าง ๆ ของเครื่องโขนทั้งชุดและเครื่องถนิมพิมพาภรณ์ (เครื่องประดับ) ของโขน
ส่วนจัดแสดงต่อมามีชื่อว่า “งามสมบรมราชินีนาถ” จัดแสดงเกี่ยวกับฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถที่ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ช่างชาวฝรั่งเศสชื่อปิแอร์ บัลแมงเป็นผู้ดูแลการออกแบบและตัดเย็บฉลองพระองค์เมื่อครั้งตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชไปยังทวีปอเมริกาและยุโรป โดยทรงต้องการชุดที่แสดงถึงเอกลักษณ์ไทยและมีความเป็นสากล เริ่มจากการจัดแสดงสมุดภาพร่างของห้องเสื้อบัลแมงที่ออกแบบฉลองพระองค์ชุดต่าง ๆ ไว้ นอกจากนี้ยังมีฉลองพระองค์ พระมาลา และฉลองพระบาทของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถจัดแสดงอีกด้วย นอกจากฉลองพระองค์ที่ออกแบบโดยช่างฝรั่งแล้วยังจัดแสดงฉลองพระองค์ชุดไทยและชุดอื่น ๆ ที่ใช้ผ้าทอพื้นเมืองจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพอีกด้วย
Highlight
นอกจากส่วนจัดแสดงบริเวณชั้น 2 แล้วที่นี่ยังมีห้องกิจกรรมบริเวณชั้น 1 อีกด้วย เด็ก ๆ คงจะชอบห้องนี้มากแน่นอน เพราะนอกจากจะมีคัทเอาท์รูปหนุมานอมพับพลาขนาดใหญ่ไว้ให้ถ่ายรูปกันแล้วยังมีเสื้อผ้าเลียนแบบเครื่องโขนไว้ให้ผู้เข้าชมใส่ถ่ายรูปกันสวย ๆ ด้วย


นอกจากนี้ยังมีภาพลายเส้นโขนให้เด็ก ๆ ระบายสี รวมถึงตราประทับรูปหน้าตัวละครโขนและลายดอกไม้ต่าง ๆ ให้ได้ประทับเก็บเป็นที่ระลึกกลับไป และนอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงโทนสีต่าง ๆ ของไทยด้วย



ร้านของกินใกล้เคียง
เดินออกมาจากอาคารพิพิธภัณฑ์เพียงนิดเดียวก็จะเจอร้านจำหน่ายเครื่องดื่มและไอศกรีมอยู่ทางด้านซ้ายของอาคาร เป็นผลิตภัณฑ์ของโครงการหลวงนี่แหละ ด้วยความร้อนอบอ้าวของอากาศฉันจึงขอจัดไอศกรีมเชอร์เบทเสาวรสมาดับร้อนสักถ้วยก่อนกลับ อา สดชื่น ~

จุดดีจุดด้อย
ข้อดี: ของที่จัดแสดงสวยมากและหาชมจากที่อื่นไม่ได้
ข้อด้อย: ส่วนจัดแสดงมีน้อยไปหน่อย ถ้าจ่ายเงินราคาบุคคลทั่วไปจะรู้สึกว่าแพงไปนิด ที่สำคัญคือรถติดมาก !
สรุปค่าใช้จ่าย ค่ารถเมล์ 6 บาท 50 สตางค์ ค่าเข้าชม 50 บาท ค่าไอศกรีม 45 บาท รวม 101 บาท 50 สตางค์เท่านั้น

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *