พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด

พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด

พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด
4
2

Editor Rating

ความน่าสนใจ:
การเดินทาง:
อาหารบริเวณใกล้เคียง:

พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด

ชื่อสถานที่ : พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด
เวลาทำการ
เปิดทำการทุกวัน เวลา 9.00-16.00 น. (ยกเว้นวันที่ 8 มีนาคม และ 5 ธันวาคม ของทุกปี)
ช่องทางติดต่อ
โทรศัพท์: (02)246-1775-6 ต่อ 229, (02)245-4934
โทรสาร: (02)247-2079, (02)245-6369
เว็บไซต์ : www.suanpakkad.com
การเดินทาง
รถประจำทางสาย 14, 17, 72, 74, 77, 159, 164, 204, 536, 539
รถไฟฟ้า BTS สถานีพญาไท ทางออกที่ 4
ค่าเข้าชม
ชาวต่างชาติ 100 บาท
คนไทย 50 บาท
นักเรียน/นิสิต นักศึกษา 20 บาท

การเดินทางมาที่พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาดนี้ค่อนข้างสะดวก เพราะอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าแถมป้ายรถเมล์ก็อยู่ใกล้ประตูทางเข้าพิพิธภัณฑ์ หรือถ้ามาจากฝั่งตรงข้ามก็มีสะพานลอยให้ข้ามอยู่ใกล้ ๆ สำหรับพวกเราเดินทางด้วยรถไฟฟ้าลงสถานีพญาไทและเดินเท้ามาอีกประมาณไม่เกิน 10 นาที
เมื่อเข้าประตูมาจะเห็นตึกสีขาว (ตามรูปข้างล่าง) ให้เดินตรงไปผ่านรูปปั้นไก่แล้วเข้าไปติดต่อซื้อตั๋วที่ห้องทางซ้ายมือห้องแรก ที่นี่มีกฎห้ามถ่ายรูปภายในห้องจัดแสดงและต้องฝากกระเป๋าไว้ที่ห้องนี้เลย

ก่อนจะพาไปชมว่าที่นี่มีอะไรบ้าง เรามารู้จักประวัติของที่นี่กันก่อนดีกว่า วังสวนผักกาดเคยเป็นที่ประทับใน พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต วังแห่งนี้ได้ชื่อว่า “วังสวนผักกาด” เนื่องจากเดิมพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นสวนผักกาดเก่าของจีน ต่อมามีการเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าเยี่ยมชมซึ่งถือเป็นบ้านแห่งแรกที่เปิดให้เข้าชมขณะที่เจ้าของบ้านยังพักอาศัยอยู่

วังสวนผักกาดมีลักษณะการจัดแสดงและตกแต่งเหมือนบ้านมากกว่าพิพิธภัณฑ์ซึ่งนับเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ผู้เข้าชมจะได้ชมความสวยงามของบ้านแบบไทยดั้งเดิม หรือพูดให้เจาะจงยิ่งขึ้นคือเป็นเรือนไม้ที่ยังคงสภาพดี ทั้งยังมีสวนเป็นพื้นที่โดยรอบให้บรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การเดินชมวิวหรือเพลิดเพลินกับการถ่ายรูปสวย ๆ ได้หลายมุมหลายท่า เพราะฉะนั้นแม้ในห้องจัดแสดงจะห้ามถ่ายรูปโดยไม่ได้รับอนุญาต พกกล้องชาร์จแบตฯ ให้เต็มมาถ่ายรูปกับเรือนไทยสวย ๆ และสวนเขียว ๆ ได้นะเออ

การเดินเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์จะเปิดให้เที่ยวชมได้อย่างอิสระ มีต้นไม้ร่มรื่นแถมเรือนไทยแต่ละหลังเชื่อมต่อถึงกันที่ชั้น 2 จึงไม่จำเป็นต้องเดินขึ้น ๆ ลง ๆ หลายครั้ง มีห้องน้ำสะอาดให้บริการเป็นระยะถือได้ว่าสะดวกสบายเลยทีเดียว

หลังจากทราบประวัติและบรรยากาศโดยรอบไปแล้ว เราก็มาดูส่วนของจัดแสดงกันบ้าง เรือนไม้แบบไทยแต่ละหลังมีห้องจัดแสดงโบราณวัตถุที่ตระกูลบริพัตรสะสม ซึ่งมีทั้งของใช้ในชีวิตประจำวันอย่าง ขวดน้ำหอม เครื่องเรือนต่าง ๆ เครื่องถ้วยเบญจรงค์ เครื่องชามสังคโลก ไปจนถึงของสะสมหินแร่ เปลือกหอยและฟอสซิลปลา นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์โขนและเรือพระที่นั่งเก้ากึ่งพยามซึ่งเป็นเรือที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่ทูลกระหม่อมบริพัตรฯ จะเห็นได้ว่ามีของหลากหลายมาก มีตั้งแต่วัตถุโบราณไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน คำว่าของใช้ในชีวิตประจำวันฟังดูธรรมดา แต่เอาเข้าจริงแล้วของสะสมพวกนี้ให้ความรู้สึกหลากหลายละลานตามาก


ส่วนสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของพิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาดคือหอเขียน ชั้นนอก เป็นภาพสลัก ส่วนชั้นในนั้นลวดลายและช่องหน้าต่าง เป็นศิลปะยุโรปซึ่งเป็นการบันทึกความสวยงามของธรรมชาติไว้ได้อย่างมีชีวิตชีวา ทำให้หอเขียนลายรดน้ำหลังนี้มีคุณค่ายิ่ง ภายในประกอบไปด้วยภาพลายรดน้ำเรื่องพุทธประวัติและรามเกียรติ์ หอเขียนเป็นศิลปะจากวัดบ้านกลิ้ง จ.พระนครศรีอยุธยา ในช่วงสมัยอยุธยาตอนปลายมาเพื่ออนุรักษ์ให้สถาปัตยกรรมไทยคงอยู่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป

จุดดีจุดด้อย
ข้อดี :
 เดินทางสะดวก ของที่จัดแสดงมีหลากหลายทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ (เครื่องปั้นดินเผา ข้าวของเครื่องใช้ในสมัยก่อน) ศิลปกรรม (ภาพฝาผนัง และสถาปัตยกรรมอันวิจิตร) ทั้งยังมีดนตรีไทย บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นให้บรรยากาศเหมือนเดินชมบ้านมากกว่าเดินพิพิธภัณฑ์ วิวภายนอกเหมาะแก่การถ่ายรูป
ข้อเสีย : ไม่สามารถถ่ายภาพภายในห้องจัดแสดง เน้นการเที่ยวชมอย่างอิสระ แต่ป้ายอธิบายค่อนข้างสั้นหรือมีไม่ครบทุกชิ้น ถ้าเที่ยวชมโดยไม่มีไกด์ อาจไม่ทราบว่าของสิ่งนั้นคืออะไร

1 Comment

  1. Pingback: สุฑามาศ โกษาเสวียง & สัณหพรรณ นิมมานนท์ – GLAMSBKK

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *