พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร
4.17
2

Editor Rating

ความน่าสนใจ:
การเดินทาง:
อาหารบริเสณใกล้เคียง:

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

ชื่อสถานที่ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ที่ตั้ง : เลขที่ 4 ถ.หน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ
เวลาเปิด-ปิด : วันพุธ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ (ยกเว้นเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์) 9.00 น. – 16.00 น.
ช่องทางการติดต่อ : โทรศัพท์ 0-2224-1333 โทรสาร 0-2224-7493, 0-2224-1370
การเดินทาง : รถประจำทาง 3, 6, 9, 19, 30, 33, 43, 53, 59, 64, 65, 70, 80, 82, 91, 123, 124, 201, 503, 506, 507, A2
ค่าเข้าชม : ชาวไทย 30 ชาวต่างชาติ 200 ยกเว้น นักเรียน นักศึกษา สูงอายุ พระ สามเณรและนักบวช ไม่เสียค่าเข้าชม
หมายเหตุ : ช่วงที่ไปในเดือนมกราคม ห้องจัดแสดงบางส่วนปิดเพื่อปรับปรุงและมีการย้ายวัตถุสำคัญไปจัดแสดงตามห้องอื่น ๆ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นเหมือนที่รวบรวมขุมทรัพย์วัฒนธรรมและศิลปะของประเทศ ตัวพิพิธภัณฑ์เองก็ตั้งอยู่บริเวณ “พระราชวังบวรสถานมงคล” หรือวังหน้า ที่สร้างขึ้นพร้อมกับพระบรมมหาราชวัง

เรานั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีอนุสาวรีย์ฯ หรือจะนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมาลงที่หัวลำโพงก็ได้ แล้วนั่งแท็กซี่ต่อมา หากใครไม่เซียนรถเมล์แบบเรา ค่าแท็กซี่ประมาณ 90 บาท พอถึงข้างหน้าจะมีป้ายพิพิธภัณฑ์บอกอยู่ ถึงแล้วก็เดินไปซื้อตั๋วที่หน้าทางเข้า คนละ 30 บาท แต่นักเรียน นักศึกษาเข้าฟรี และเดือนที่เราไป (มกราคม) ก็เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมฟรี 1 เดือน อย่าลืมขอแผนที่จากเจ้าหน้าที่มาด้วยนะ

กฎของที่นี่เขาให้ถ่ายรูปได้แต่ห้ามใช้แฟลช มีบริการนำชมเป็นหมู่คณะด้วย โทรมาติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนได้
ที่นี่ถ้าจะเดินให้ครบทุกห้องอาจจะใช้เวลาประมาณครึ่งวัน วันที่เราไปห้องส่วนใหญ่ปิดปรับปรุง เลยเข้าไปดูได้แค่บางห้อง ในแผนที่ก็จะบอกว่าห้องไหนอยู่ตรงไหน มีอะไรเด่น ๆ บ้าง เราก็เดินกันง่าย ๆ ตามแผนที่ เหมือนเล่นเกมล่าสมบัติ พยายามไปดูของสำคัญ เด่น ๆ ตามแผนที่ให้ครบ

ห้องจัดแสดงแรก พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน เป็นห้องจัดแสดงประติมากรรมสำคัญ อย่างศิลาจารึก ธรรมจักรศิลาและกวางหมอบ รูปปั้นสำคัญก็จะจัดแสดงไว้ในห้องนี้ด้วย มันตื่นเต้นที่ทุกอย่างที่เราเห็นเป็นของจริง ไม่ใช่แบบจำลอง ธรรมจักรที่เห็นก็เป็นศิลปะสมัยทวารวดีจริง ๆ (หรือบางส่วนที่เป็นแบบจำลองจะมีป้ายกำกับไว้ ที่นี่มีเครื่องประกอบคำบรรยายไว้บริการ ต้องเอาบัตรประชาชนไปแลก แล้วเดินเสียบหูฟังตามโบราณวัตถุชิ้นต่าง ๆ และอีกอย่าง ที่นี้เป็นห้องแอร์ด้วย เดินชมและฟังบรรยายได้เพลิน ๆ


ข้างในห้องจัดแสดง


นอกจากรูปปั้นก็มีพวกข้าวของเครื่องใช้ หม้อชามรามไหที่เป็นของจริงจัดแสดงอยู่ด้วย


วันที่ไปอากาศค่อนข้างดี แดดไม่แรงมาก แต่แนะนำให้เอาหมวก ร่ม และทาครีมกันแดดไปหนา ๆ เพราะหน้าร้อน เดินข้างนอกน่าจะร้อนมาก ถ้าอยากพักหลบร้อนระหว่างทาง เดินออกมาก็จะมีศาลาอยู่ตามทางให้นั่งพักหลบแดดได้


เดินต่อมาที่ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ข้างในเป็นที่จัดนิทรรศการหมุนเวียน ตอนที่ไปมีนิทรรศการเรื่องราวเกี่ยวกับคุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยง มีประวัติและทีวีเปิดสารคดีให้ดูเพลิน ๆ โบราณวัตถุสำคัญที่อยู่ในห้องนี้คือ พระที่นั่งบุษบกเกริน สมัยรัตนโกสิทร์ สวยและดูขลังมาก


ห้องต่อมาที่เราไปคือ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ถ้าให้เปรียบก็เป็นเหมือนวัดที่อยู่ในวัง ข้างในประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่ ทั้งที่เพ้นท์ด้วยสีและลงรักปิดทอง


ที่นี่มักจะมีนักศึกษามาวาดรูปตามแบบฝาผนังอยู่บ่อย ๆ เราชอบที่นี่ เป็นที่นั่งหลบร้อน นั่งดูเขาวาดรูป กราบพระขอพรสงบ ๆ


พอเดินต่อมาเราก็ไปโรงราชรถ เป็นห้องที่ชอบที่สุด ทุกอย่างที่อยู่ในห้องนี้เป็นของที่ใช้งานจริงหรือผ่านการใช้งานในพระราชพิธีต่าง ๆ มาแล้ว อย่างในภาพก็จะเป็นพระมหาพิชัยราชรถที่กำลังจะใช้ทรงพระบรมโกศ ซึ่งตอนนี้เขากำลังซ่อมบำรุงกันอยู่


ข้างในก็จะมีราชรถน้อยหรือยานมาศและพระที่นั่งอื่น ๆ อีก แต่ละชิ้นทำอย่างประณีตมาก เดินดูได้ไม่เบื่อ


ที่สุดท้ายคือ อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ เป็นอาคารจัดแสดงวัตถุโบราณ งานศิลปะในสมัยต่าง ๆ อย่างล้านนา สุโขทัย อยุธยา ไปจนถึงรัตนโกสินทร์ เป็นอาคารหลายชั้น แต่ละห้องจะจัดแสดงโบราณวัตถุแต่ละสมัย เดินดูไปตามห้องได้เรื่อย ๆ เยอะมากกก


ที่ห้องศิลปะอยุธยา – สุโขทัย โบราณวัตถุที่เห็นบ่อย ๆ คือตู้พระธรรมลายรดน้ำ พี่เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นของจริงในสมัยอยุธยา ตามห้องก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าตลอด พี่ ๆ เขาน่ารัก เราไปสอบถามข้อมูลจากเขาได้


พระพุทธรูปสมัยอยุธยา ที่ห้องศิลปะอยุธยา


สรุปเลย ที่นี่เป็นที่ห้ามพลาดสำหรับคนที่ชอบหรือกำลังศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย เพราะได้มาศึกษาของจริง เห็นรายละเอียดจริง ๆ สำหรับคนทั่วไปก็แนะนำให้มาเข้าชมกัน บางอย่างที่เราเคยเห็นในตำราเรียน หรือคุ้นหูจากวิชาประวัติศาสตร์ พอมาที่นี่ก็จะได้มาเจอของจริง ได้เห็นโบราณวัตถุที่ไม่ใช่แค่สิ่งของแต่มีเรื่องราวอยู่ในนั้นด้วย
พูดถึงเรื่องความสะดวกสบายของที่นี่คือ ห้องน้ำสะอาด มีร้านของที่ระลึกและมีร้านอาหารอยู่ข้างใน หรือใครอยากกินที่อื่น ไหน ๆ ก็มาแถวท่าพระจันทร์แล้ว มีร้านเด็ด ๆ อยู่ไม่ไกลก็เยอะ อย่างร้านแอ๊วท่าพระจันทร์ ร้านโรตีมะตะบะก็ห้ามพลาด
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอยู่บริเวณสนามหลวง มีรถประจำทางต่อไปที่อื่นได้ง่าย ขากลับรอรถเมล์ที่ป้ายข้างหน้าพิพิธภัณฑ์ได้เลย ใครที่นั่งรถเมล์กลับอาจได้เห็นศิลปะบนกำแพงรอบ ๆ เมือง แวะลงไปถ่ายรูปได้

ส่วนใครอยากเที่ยวต่อก็มีที่ไปต่อได้อีกเยอะ ที่นี่อยู่ใกล้กับเกาะรัตนโกสินทร์ ถ้าอยากไปชมวัดชมวัง หรือสายฮิปสเตอร์ก็ไปนั่งรับลมต่อที่ท่ามหาราชได้

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *