MOCA

MOCA

MOCA
4.25
3

Editor Rating

ความน่าสนใจ:
การเดินทาง:

MOCA

ชื่อสถานที่ : พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA)
ที่ตั้ง : 499 ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
เวลาเปิด-ปิด : อังคาร – ศุกร์ เวลา 10.00 – 17.00 น.
เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 11.00 – 18.00 น.
ช่องทางการติดต่อ :
โทร. 02-016-5666
โทรสาร. 02-0165670
e-mail [email protected]
website www.mocabangkok.com
facebook facebook.com/moca.bkk
Instagram @mocabangkok
การเดินทาง : รถเมล์: สาย 29 134 187 510 523 538 555
BTS: ลงสถานีหมอชิต จากนั้นต่อรถประจำทาง
MRT : ลงสถานีจตุจักร จากนั้นต่อรถประจำทาง
รถยนต์ : ใช้เส้นทางถนนวิภาวดีขาออก เลี้ยวซ้ายแยกวัดเสมียนนารีแล้วเลี้ยวขวาวิ่งขนานกับทางรถไฟ MOCA จะอยู่ทางซ้ายมือ เยื้องกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ทางพิพิธภัณฑ์มีที่จอดรถให้บริการ
บริเวณใกล้เคียง : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนามบินดอนเมือง ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์งามวงศ์วาน
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 250 บาท
นักเรียน นิสิต นักศึกษา 100 บาท
ราคา Package ผู้ใหญ่ 1 + นักเรียนนักศึกษา 1 คน 300 บาท
ราคา Package ผู้ใหญ่ 1 + นักเรียนนักศึกษาไม่เกิน 3 คน 650 บาท
*นักบวช ผู้พิการ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี มัคคุเทศก์ MOCA V.I.P. Card เข้าชมฟรี

 

 

MOCA เป็นพิพิธภัณฑ์สาขามนุษยศาสตร์ที่นำเสนอเกี่ยวกับศิลปะร่วมสมัย (Contemporary art) ซึ่งผสมผสานระหว่างความเชื่อทางศาสนา ความศรัทธาแบบดั้งเดิม เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์นี้ คือการรวบรวมงานจิตรกรรมและประติมากรรมของศิลปินที่มีชื่อเสียงไว้มากมาย มีนิทรรศการหมุนเวียนที่น่าสนใจทุกเดือน เช่น นำเสนอผลงานใหม่ที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อนของศิลปินที่มีชื่อเสียง
สำหรับที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์จะอยู่ที่ถนนวิภาวดี เยื้อง ๆ กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สามารถนั่ง BTS หรือ MRT มาลงที่สวนจตุจักรแล้วต่อรถเมล์มาได้ค่ะ ผ่านแยกเกษตรแล้วลงป้ายที่ 2 ข้ามทางรถไฟไปแล้วเดินอีกแป๊บเดียวก็ถึง

 

เมื่อเดินเข้าไปภายในตัวอาคารจะเจอกับสระน้ำขนาดใหญ่ที่มีรูปปั้นแบบนี้ แปลว่ามาถูกแล้วแน่นอน

ตั๋วราคาปกติ 250 บาท ราคานักเรียน 100 บาท และแพ็คเกจพิเศษแบบผู้ใหญ่+นักเรียนราคา 300 บาทด้วยค่ะ ก็จะถูกลงหน่อย เผื่อใครที่มาเป็นครอบครัว เมื่อได้ตั๋วมาแล้วก่อนจะเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ต้องฝากสัมภาระด้วยนะคะ เอาเข้าไปได้แต่กระเป๋าเล็กๆ

 

 

ข้อปฏิบัติต่างๆก็เป็นเรื่องทั่วๆไป ที่นี่สามารถถ่ายรูปได้ แต่ห้ามใช้แฟลช

ขอตินิดนึงเรื่องประชาสัมพันธ์ที่ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรมากเท่าไหร่ สูจิบัตรก็ไม่ให้ เราเลยนึกว่าต้องเข้าไปเอาข้างใน สรุปก็ต้องเดินกลับออกมาถามอีกรอบ ในสูจิบัตรก็จะมีรายละเอียดของการเดินชม แนะนำชั้นต่างๆพร้อมผังว่ามีอะไรจัดแสดงบ้าง ภายในอาคารกว้างขวางมาก เพดานสูงทำให้รู้สึกปลอดโปร่งไม่อึดอัด การตกแต่งจะเน้นสีขาว แสงธรรมชาติและแสงสีส้มนวล ๆ สบายตา

 

เมื่อเดินเข้ามาสิ่งแรกที่เห็นเลยคือร้านกาแฟ กลิ่นหอมมากกกก ร้านน่านั่งสุดๆ แต่เราดื่มกาแฟมาแล้วก็เลยไม่ได้ชิม ราคาก็เท่า ๆ กับร้านกาแฟตามห้างทั่วไป มีขนมขายด้วยนะ

 

นอกจากนีก็จะมีร้านขายของที่ระลึกเป็นพวกหนังสือศิลปะทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สมุด กระเป๋า เสื้อ โปสเตอร์ ฯลฯ สามารถเลือกชมได้ตามอัธยาศัย

 

ถัดจากร้านขายของที่ระลึกจะเป็นห้องจัดแสดงภาพสำหรับขาย ถ้าสนใจจะซื้อภาพที่โชว์ในห้องนี้สามารถแจ้งเจ้าหน้าได้

นิทรรศการของที่นี่จะมีทั้งส่วนที่เป็นนิทรรศการหมุนเวียนและนิทรรศการถาวร การจัดแสดงจะแบ่งออกเป็น 5 ชั้น สามารถเริ่มชมจากชั้นบนลงล่างหรือล่างขึ้นบนก็ได้ แต่เจ้าหน้าที่แนะนำว่าถ้ามาตอนพิพิธภัณฑ์ใกล้ปิดให้ชมจากบนลงล่างดีกว่า เพราะพิพิธภัณฑ์จะเริ่มปิดจากชั้นบนลงมา
ชั้น1 – นิทรรศการหมุนเวียน 2 ห้อง และนิทรรศการถาวรของศิลปินแห่งชาติ ชลูด นิ่มเสมอ, ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ และเขียน ยิ้มศิริ
ชั้น 2 – นิทรรศการถาวรของศิลปินหลากหลายรุ่น
ชั้น 3 – นิทรรศการถาวรในเชิงการแสดงความคิดเห็นทั้งแบบไทยและสากล และเรือนนางพิม ซึ่งเล่าเรื่องราวของวรรณคดีไทยเรื่องขุนช้างขุนแผน
ชั้น 4 – นิทรรศการผลงานของถวัลย์ ดัชนี สะพานข้ามจักรวาล และห้องไตรภูมิ
ชั้น 5 – นิทรรศการนานาชาติ และห้องแสดงภาพของ Richard Green
สิ่งที่จัดแสดงก็จะมีทั้งภาพวาด ภาพพิมพ์ ประติมากรรม บางห้องก็กำหนดเป็นธีม มีงานของหลายๆศิลปินที่เป็นแนวเดียวกัน หรือบางห้องก็จะโชว์เฉพาะศิลปินท่านใดท่านหนึ่ง

 

ชอบตรงที่ตลอดทางมีเก้าอี้วางอยู่ตลอด ทำให้สามารถนั่งพักหรือนั่งดื่มด่ำกับศิลปะให้เต็มที่ได้ และแน่นอนว่าเก้าอี้ก็เป็นงานศิลปะอีกเช่นกัน ทุกตัวจะเป็นงานไม้ที่แบบไม่ซ้ำกันเลย เก๋มากๆ

ห้องที่เป็นไฮท์ไลท์สำหรับเราคือห้องไตรภูมิ ซึ่งจะต้องเดินข้ามสะพานจักรวาลเข้าไป ที่สะพานข้ามจักรวาลนี้จะเป็นการจำลองเหมือนเราเดินข้ามจักรวาลจริงๆ เป็นทางเดินมืด ๆ และมีแสงกาแล็กซี่ต่าง ๆ อยู่รอบ ๆ ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะข้างในมันมืดมาก ถ่ายยากมาก แต่รู้สึกว่านำเสนอได้อลังการและสวยงาม เสียดายที่ทางเดินสั้นไปหน่อย

เมื่อเดินเข้าไปก็จะพบกับภาพวาดสูงจรดเพดานที่เกี่ยวกับโลกทั้งสาม สวรรค์ โลกมนุษย์ และนรก ตามคติไตรภูมิ

 


สรุปจุดเด่นจุดด้อย:
โดยส่วนตัวแล้วไม่ได้เป็นคนที่มีความรู้เรื่องศิลปะมากนัก เวลาไปชมงานศิลปะก็จะใช้เพียงอารมณ์ความรู้สึกเป็นตัวตัดสินเท่านั้นว่าชอบหรือไม่ชอบ สำหรับพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยหรือ MOCA นี้ตัวผู้เขียนค่อนข้างประทับใจ เนื่องจากพิพิธภัณฑ์ได้รับการออกแบบมาอย่างใส่ใจมาก แม้จะกว้างขวางและมีพื้นที่ถึง 5 ชั้น ก็สามารถจัดสรรพื้นที่ได้ดี มีป้ายบอกชัดเจนว่าควรจะเดินชมอย่างไร และได้ออกแบบให้ห้องจัดแสดงต่าง ๆ เชื่อมต่อกัน จึงสามารถเดินชมได้สะดวกและครบถ้วน นอกจากนี้ยังนำเสนองานได้ดี จัดแสดงผลงานได้น่าสนใจ มีคำอธิบายเกี่ยวกับศิลปินและผลงานแต่ละชิ้น บางชิ้นก็จะมีคำอธิบายแนวคิดด้วย ช่วยให้ดูแต่ละภาพเข้าใจมากขึ้น แม้แต่ของที่วางประดับอยู่ตามทางเดินก็ล้วนเป็นงานศิลปะที่มีแผ่นป้ายบอกรายละเอียดต่าง ๆ ไว้อย่างครบถ้วน

ใครที่อยากมาเดินชม MOCA ก็สามารถมาได้ทุกช่วงเวลาของวัน เพราะคนไม่ค่อยเยอะ เหมือนจะยังไม่เป็นที่รู้จักมากเท่าไหร่ ทำให้คนน้อยทุกช่วงเวลา เท่าที่สังเกตผู้ชมส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติมากกว่าคนไทย ในเรื่องการอำนวยความสะดวก เราคิดว่าค่อนข้างดีเลย เพราะมีลิฟต์ มีบันไดเลื่อน และมีห้องน้ำทุกชั้น มีพนักงานประจำอยู่ทุกจุดเพื่อให้ความช่วยเหลือ และสามารถสอบถามได้

สำหรับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ถ้าไม่ติดว่าเดินทางไม่ค่อยสะดวกและต้องเสียค่าเข้าชมที่ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับพิพิธภัณฑ์อื่น ๆ ก็เป็นสถานที่ที่อยากไปบ่อย ๆ ยิ่งสำหรับคนที่ชื่นชอบงานศิลปะก็คงเรียกได้ว่าสามารถเสพผลงานได้อย่างคุ้มค่า เพราะเป็นสถานที่ที่รวบรวมผลงานศิลปะร่วมสมัยไว้หลากหลายแนว โดยรวมแล้วจึงรู้สึกว่าคุ้มค่าที่ได้มา

ร้านของกินใกล้เคียง: -
สรุปค่าใช้จ่าย
ค่ารถไฟฟ้าบีทีเอสจากสถานีสยาม ราคา 42 บาท
ค่ารถเมล์สาย 29 ราคา 13 บาท
ค่าเข้าชม (ราคานักศึกษา) ราคา 100 บาท
รวม 155 บาท

ผู้เขียน
ศรสวรรค์ สาคร
เวธกา วรรณทวี

1 Comment

  1. Pingback: เวธกา วรรณทวี & ศรสวรรค์ สาคร – GLAMSBKK

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *